สรุปเร็ว 3 วินาที
หูฟังมีสายพอร์ต USB-C ที่แทบจะเป็นตัวเลือกเดียวในกลุ่มราคาไม่เกินร้อยดอลลาร์ที่ใส่ระบบตัดเสียงรบกวนภายนอกมาให้ เหมาะสำหรับคนที่เบื่อการชาร์จแบตเตอรี่หูฟังบลูทูธ ชอบความเรียบง่ายแบบเสียบสายแล้วใช้งานทันที ต้องการฟังเพลงความละเอียดสูงโดยไม่มีปัญหาเสียงดีเลย์ ไม่เหมาะกับคนที่เน้นใช้ประชุมสายยาวๆ หรือต้องการปรับโปรไฟล์เสียงเองผ่านสมาร์ตโฟน เพราะตัวไมโครโฟนยังทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควรและไม่มีแอปพลิเคชันสำหรับปรับแต่ง EQ รองรับ
ฟีเจอร์เด่น
การเชื่อมต่อ USB-C แบบเสียบแล้วใช้งานได้ทันที
โครงสร้างของหูฟังรุ่นนี้ออกแบบมาเพื่อตัดความยุ่งยากของหูฟังไร้สายออกไป ผู้ใช้ไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่เสื่อมหรือลืมชาร์จก่อนออกจากบ้าน การเชื่อมต่อทำผ่านพอร์ต USB-C แบบ Plug-and-Play สามารถดึงพลังงานโดยตรงจากอุปกรณ์ต้นทางเพื่อเลี้ยงระบบวงจรและโมดูลตัดเสียงรบกวน ทำให้หยิบมาเสียบกับสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์แล้วเริ่มฟังได้ทันที ลดปัญหาความหน่วงของสัญญาณเสียงที่มักเกิดขึ้นในการส่งผ่านบลูทูธ
ระบบตัดเสียงรบกวน QuietControl และ Aware Mode
ระบบ Active Noise Cancellation ในตัวหูฟังใช้ชื่อว่า QuietControl ซึ่งทำงานร่วมกับไมโครโฟนภายนอกและภายในเพื่อตัดเสียงรบกวนความถี่ต่ำ เช่น เสียงเครื่องยนต์ขณะเดินทางบนรถโดยสารสาธารณะหรือเสียงเครื่องปรับอากาศในอาคาร นอกจากนี้ยังมี Aware Mode ซึ่งทำหน้าที่เปิดรับเสียงสภาพแวดล้อมรอบตัว ช่วยให้ผู้ใช้งานได้ยินเสียงประกาศตามสถานีหรือเสียงเตือนต่างๆ บนท้องถนนได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ต้องถอดตัวหูฟังออกจากหู การสลับระหว่างโหมดตัดเสียงและโหมดเปิดรับเสียงสามารถกดเปลี่ยนได้ทันทีผ่านปุ่มบนสาย
รองรับไฟล์เสียงความละเอียดสูง Hi-Res Lossless Audio
เนื่องจากส่งสัญญาณเสียงผ่านสายดิจิทัลโดยตรง หูฟังจึงรองรับโปรโตคอล USB Audio Class 2 ซึ่งประมวลผลเสียงระดับ Hi-Res Lossless Audio ที่ความละเอียดสูงสุด 24-bit/48 kHz คุณภาพเสียงจึงไม่ถูกบีบอัดเหมือนกับการส่งสัญญาณไร้สายผ่าน Codec ทั่วไป ทำให้ได้รายละเอียดของชิ้นดนตรีที่คมชัด เวทีเสียงกว้างตามมาตรฐานเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ Bose
การสวมใส่ที่ปรับเปลี่ยนได้และมาตรฐานกันน้ำ IPX4
เพื่อให้การตัดเสียงแบบ Passive ทำงานร่วมกับระบบไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในกล่องจึงมาพร้อมกับจุกหูฟัง 3 ขนาด และครีบกระชับใบหูหรือ Stability wings 2 ขนาด ซึ่งสามารถนำมาสลับจับคู่ใช้งานได้มากถึง 9 รูปแบบ ช่วยล็อกตัวหูฟังไม่ให้หลุดร่วงง่ายขณะเดินหรือขยับตัว เสริมด้วยการรับรองมาตรฐานกันละอองน้ำและเหงื่อระดับ IPX4 ป้องกันละอองฝนเบาๆ หรือการพกพาใช้งานระหว่างเดินทางประจำวันได้อย่างมั่นใจ
แผงควบคุมบนสายพร้อมไมโครโฟน
สายหูฟังติดตั้ง In-line Remote สำหรับควบคุมการทำงานพื้นฐาน ประกอบด้วยปุ่มปรับระดับเสียง ปุ่มควบคุมการเล่นเพลง และปุ่มรับสายสนทนา โดยทำงานร่วมกับไมโครโฟนทั้งหมด 4 ตัว (แบ่งเป็นข้างละ 2 ตัว) ซึ่งทำหน้าที่รับเสียงสภาพแวดล้อมเพื่อประมวลผลการตัดเสียงรบกวนและใช้ดึงเสียงสนทนาขณะโทรศัพท์
ข้อดี-ข้อสังเกต
ข้อดี
- มีระบบตัดเสียงรบกวน QuietControl (ANC) และ Aware Mode ในตัวหูฟังแบบมีสาย
- ไม่ต้องคอยชาร์จแบตเตอรี่ เสียบพอร์ต USB-C แล้วใช้งานได้ทันที
- รองรับสัญญาณเสียงดิจิทัลระดับ Hi-Res Lossless Audio สูงสุด 24-bit/48 kHz
- มีจุกหูฟังและครีบล็อกใบหูให้เลือกปรับแต่งความกระชับได้หลายขนาด พร้อมมาตรฐาน IPX4
ข้อสังเกต
- ประสิทธิภาพไมโครโฟนสำหรับการคุยสายยังจับเสียงได้ไม่คมชัดเท่าที่ควร
- ไม่มีแอปพลิเคชันรองรับ ทำให้ไม่สามารถตั้งค่าหรือปรับแต่ง Equalizer (EQ) ได้
- ดึงพลังงานจากแบตเตอรี่ของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อตลอดเวลาขณะเปิดระบบตัดเสียง
- พบปัญหาการทำงานและเนื้อเสียงผิดปกติเมื่อเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์บางรุ่น
ราคาและแพ็กเกจ
Bose Noise Cancelling Wired Earbuds เปิดตัวด้วยราคาทางการที่ $99.00 USD โดยเป็นสินค้าฮาร์ดแวร์แบบชำระเงินครั้งเดียว ไม่มีการคิดค่าบริการรายเดือนหรือบริการเสริมเพิ่มเติม
เมื่อเทียบกับหูฟังไร้สายตระกูล QuietComfort ของทางค่ายเดียวกันที่มีราคาเปิดตัวสูงกว่าสองร้อยดอลลาร์ รุ่นมีสายนี้ถือเป็นทางเลือกราคาประหยัดที่สุดในการเข้าถึงเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวน QuietControl แม้ว่าจะต้องแลกมาด้วยการตัดฟังก์ชันการปรับแต่งเสียงผ่านซอฟต์แวร์และการเชื่อมต่อแบบไร้สายออกไปทั้งหมด
วิธีเริ่มต้นใช้งาน
ขั้นตอนการเริ่มใช้งาน
- เลือกขนาดจุกซิลิโคนและครีบกระชับใบหูจากในกล่องให้เข้ากับสรีระช่องหูเพื่อการซีลเสียงภายนอกที่มีประสิทธิภาพ
- เสียบปลายสายหัวต่อ USB-C เข้ากับพอร์ตของสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ที่ต้องการใช้งาน
- กดปุ่มควบคุมบนสายเพื่อสลับโหมดระหว่าง QuietControl (ตัดเสียงรบกวน) และ Aware Mode (เปิดรับเสียงภายนอก) หรือปรับเพิ่มลดระดับเสียงตามต้องการ
เคล็ดลับที่คนมักมองข้าม
เนื่องจากหูฟังรุ่นนี้ไม่มีแบตเตอรี่ในตัวเอง ระบบตัดเสียงรบกวนจึงดึงพลังงานผ่านพอร์ต USB-C ของสมาร์ตโฟนตลอดเวลา หากใช้งานกับโทรศัพท์ที่แบตเตอรี่เริ่มเสื่อมหรือมีความจุน้อย การเปิดฟังเพลงต่อเนื่องจะทำให้อัตราการลดลงของเปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่โทรศัพท์เร็วกว่าการเสียบหูฟังแบบสายอนาล็อกทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด
คำถามที่พบบ่อย
คำถาม : หูฟังรุ่นนี้ต้องชาร์จแบตเตอรี่ก่อนใช้งานหรือไม่?
คำตอบ : ไม่ต้องชาร์จ ตัวหูฟังไม่มีแบตเตอรี่ติดตั้งภายใน โดยวงจรขับเสียงและระบบตัดเสียงรบกวน QuietControl จะดึงพลังงานผ่านพอร์ต USB-C จากอุปกรณ์ที่นำไปเสียบใช้งานโดยตรง
คำถาม : สามารถนำไปเสียบใช้งานกับ iPhone ได้หรือไม่?
คำตอบ : ใช้งานได้กับ iPhone รุ่นที่เปลี่ยนมาใช้พอร์ต USB-C แต่จะไม่สามารถเสียบใช้งานกับ iPhone รุ่นเก่าที่เป็นพอร์ต Lightning ได้โดยตรง เว้นแต่จะมีหัวแปลงที่รองรับการส่งสัญญาณเสียงดิจิทัล
คำถาม : สามารถปรับระดับ EQ เสียงผ่านแอปพลิเคชันของ Bose ได้ไหม?
คำตอบ : ไม่ได้ ตัวหูฟังถูกออกแบบมาเป็นอุปกรณ์ Plug-and-Play จึงไม่รองรับการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันของ Bose เพื่อปรับจูนค่าเสียงหรือตั้งค่าปุ่มกดเพิ่มเติม
คำถาม : ใช้ใส่ออกกำลังกายได้หรือไม่?
คำตอบ : ตัวหูฟังผ่านมาตรฐานกันน้ำและเหงื่อระดับ IPX4 จึงรองรับการโดนละอองน้ำหรือเหงื่อจากการเคลื่อนไหวทั่วไปได้ แต่เนื่องจากเป็นหูฟังแบบสาย การขยับร่างกายอย่างหนักอาจมีปัญหาเรื่องสายแกว่งไปมา